คุณยังคงรักษาสัญญาของการป้องกันตัวอยู่หรือเปล่า

"ขอเตือนก่อนว่าเราจะลงรายละเอียดกันค่อนข้างลึก ถ้าคุณอยากอ่านอะไรเบาสมองหรืออ่านแค่ผ่านๆนี่อาจไม่ใช่บทความสำหรับคุณ"

คุณยังคงรักษา"สัญญาของการป้องกันตัว"อยู่หรือเปล่า ถ้าคุณกดเข้ามาอ่านบทความนี้ คุณอาจสงสัยว่า"สัญญาของการป้องกันตัว"คืออะไร? ผมจะอธิบายให้ฟัง บทความนี้เกี่ยวกับคำสัญญา และการป้องกันตัวก็เป็นเรื่องของความสามารถในการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้อื่น ขอเตือนก่อนว่าเราจะลงรายละเอียดกันค่อนข้างลึก ถ้าคุณอยากอ่านอะไรเบาสมองหรืออ่านแค่ผ่านๆนี่อาจไม่ใช่บทความสำหรับคุณ แต่ถ้าคุณอยากได้ข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับการป้องกันตัว คุณมาถูกที่แล้ว ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลย! คำสัญญา เมื่อไม่นานมานี้ผมเพิ่งสั่งซื้อไมโครโฟนผ่านทาง Amazon เมื่อ2-3ปีก่อน ยังไม่มีใครรู้จัก Amazonด้วยซ้ำ แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันพวกเราไปแล้ว ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะAmazonให้"คำสัญญา"กับคุณ คำสัญญาที่ว่าจะส่งสินค้าให้คุณอย่างรวดเร็วในราคาที่ถูก นี่กลายเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ในวงการช้อปปิ้ง และทำให้ร้านค้าส่วนมากเจอปัญหาหนัก จริงๆแล้วร้านค้าทั่วๆไปก็ให้คำสัญญากับคุณว่าจะให้สินค้าที่หลากหลาย ในราคาและบริการที่ดีเช่นกัน แต่พวกเขาหลอกคุณ เพราะAmazonแจ้งจำนวนกำไรที่ได้ให้พวกเราเห็น และทำให้เราคำนวณได้ว่าร้านทั่วไปนั้นได้กำไรมากมายขนาดไหน คำสัญญาของร้านทั่วไปกลายเป็นว่า"เราสัญญาว่าจะขายสินค้าให้คุณตราบใดที่เรายังได้กำไรงามจากทุกๆการขาย" ในอดีต ร้านพวกนี้ผูกขาดการซื้อขายเพราะว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น Jeff Bezos, ผู้ก่อตั้งAmazonกล่าวว่า "กำไรของคุณคือโอกาสของผม" และเขาก็ได้เปลี่ยนวิธีการช้อปปิ้งของพวกเราโดยสิ้นเชิง ในสมัยก่อน ถ้าใครซักคนอยากเรียนป้องกันตัว, เขาต้องซื้อหนังสือ วีดีโอ หรือไปเข้าคลาส แต่ในปัจจุบัน คุณสามารถเรียนผ่านบทเรียนออนไลน์ DVD, Ebooks,Blogs, Youtube และการเข้าคลาส ในทุกรูปแบบการสอนจะมี"คำสัญญา"อยู่ คำสัญญาที่ว่า"ถ้าคุณเรียนกับเรา,คุณจะสามารถปกป้องตัวเองและคนที่คุณรักได้" นี่เป็นสัญญาที่คุณควรรักษาไว้ให้ได้ ความปลอดภัยของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราทุกคนล้วนอยากเป็นฮีโร่ที่คอยปกป้องครอบครัวเพราะพวกเขาต้องการความปลอดภัยจากคุณ ความรู้สึกปลอดภัยเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการ นี่คือคำสัญญาที่โรงเรียนป้องกันตัวได้สร้างขึ้น จุดเริ่มต้นของคำโกหกในการป้องกันตัว เมื่อใดก็ตามที่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง,คนเรามักจะสร้างคำสัญญาปลอมๆขึ้นเสมอ ผมเดินทางไปประเทศ Greeceและพบกับของเล่นชิ้นนี้เข้า

คนขายของเล่นนี้ให้สัญญาว่าของเล่นนี้เป็นของแท้ ถูกทำขึ้นอย่างประณีต และลูกชายผมคงเล่นอย่างสนุกสนานไปหลายชั่วโมง ผมรู้ว่านี้เป็นสัญญาจอมปลอม มันถูกสร้างอย่างลวกๆและจะพังอย่างรวดเร็ว แถมยังไม่ใช่ของแท้อีกด้วย ในการป้องกันตัว คนสอนมักจะสร้างสัญญาปลอมขึ้นอยู่เสมอ คลิปสอนป้องกันตัวส่วนมากจะแสดงเทคนิคที่ทำใส่คู่ฝึกที่ไม่เคยต่อต้าน, หนังสือและบทเรียนออนไลน์ที่สัญญาว่าถ้าคุณซื้อไปดูหรือฝึกฝนในระบบของพวกเขาแล้วคุณจะสามารถป้องกันตัวเองได้ เช่นเดียวกันกับของเล่นที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้, วิชาพวกนี้จะพังไม่เป็นท่าเมื่อเจอกับแรงกดดันจากสถานการณ์จริง ถ้าเป็นของเล่น, พังไม่เป็นท่าอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ระบบป้องกันตัวที่พังไม่เป็นท่าในเวลาที่คุณต้องการมันนั้นเป็นปัญหาร้ายแรงถึงชีวิต ลองนึกภาพดูว่าคุณกำลังป้องกันตัวจากคนร้ายอยู่และพบว่าการป้องกันและการโจมตีของคุณใช้การไม่ได้ และหลายปีที่ทุ่มเทฝึกฝนไปนั้นสูญเปล่า คุณจะรู้สึกอย่างไร? มาตรฐานการค้าในการป้องกันตัว มาตรฐานการค้า (Trading standards ของประเทศUK) เป็นองค์กรที่คอยตรวจสอบคำสัญญาของเหล่าบริษัทที่ขายสินค้าให้ผู้บริโภค ถ้าองค์กรนี้เห็นของเล่นนี้ขายในUKพวกเขาจะสั่งระงับการขายทันที แต่องค์กรนี้ไม่สามารถสั่งระงับการสอนและการโปรโมทของระบบป้องกันตัวแย่ๆได้ ธุรกิจป้องกันตัวเป็นธุรกิจที่ไม่มีการควบคุมอย่างจริงจังไม่ว่าจะในรูปแบบไหนก็ตาม ต่อให้มีองค์กรควบคุม พวกเขาจะเอาอะไรมาเป็นมาตรฐานว่าระบบป้องกันตัวไหนใช้ได้/ใช้ไม่ได้? เกือบทุกระบบป้องกันตัวในปัจจุบันชอบเอาตำรวจซักคนมาให้สัมภาษณ์รับรองว่าระบบป้องกันตัวนี้ผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "การรับรองจากสังคม (Social Proof)" การรับรองจากสังคมคือการที่สมองเราตัดสินใจอะไรซักอย่างโดยดูจากสิ่งที่คนอื่นๆในสังคมพูดหรือทำ แล้วทำตามคนเหล่านั้น เรามักจะกินอาหารในร้านที่คนส่วนมากไปกินกัน ซื้อมือถือรุ่นที่คนส่วนมากใช้กัน เราใช้ Tripadvisor เพื่อดูว่าคนส่วนใหญ่ไปเที่ยวที่ไหนกันก่อนที่เราจะไปเที่ยว และเช่นกัน เรามักจะเลือกระบบป้องกันตัวที่คนส่วนมากเขาเลือกกัน BJJ และ Krav Maga เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนว่าระบบป้องกันตัวที่เริ่มจากการที่ไม่มีใครรู้จักเลยสามารถกลายเป็นระบบที่คนทั่วโลกรู้จักได้จากการใช้หลักการเรื่อง Social Proof BJJ และ Krav Maga ให้คำสัญญาว่า "ถ้าคุณฝึกกับเรา คุณจะฟิตและสามารถปกป้องตัวเองและคนที่คุณรักได้" และ social proof ก็ส่งเสริมให้คนส่วนมากเชื่อในคำสัญญานั้น ปัญหาจริงๆในการป้องกันตัวก็คือ Social Proof บอกแค่ว่าคนส่วนมากเขาเลือกอันไหนกัน แต่ไม่ได้เป็นตัววัดคุณภาพ หรือรับรองว่าคำสัญญานั้นเป็นความจริง การจะวัดว่าระบบป้องกันตัวไหนดีจริงๆหรือไม่ จำเป็นต้องมีคนที่ซื่อสัตย์กับคำสัญญาที่สร้างขึ้น วงการป้องกันตัวต้องการความซื่อสัตย์ในลักษณะนี้ คำสัญญาของคนฝึกป้องกันตัว(ทำไมระบบป้องกันตัวถึงใช้การไม่ได้) บทความนี้เราพูดถึงคำสัญญา และคำสัญญาในการป้องกันตัวนั้นมี2ด้านเสมอ ฝ่ายผู้สอนและระบบป้องกันตัวให้สัญญาว่าจะสอนและฝึกให้ผู้เรียนสามารถป้องกันตัวเองได้ ส่วนอีกด้านก็คือด้านของผู้เรียน เวลาคุณสมัครเรียนป้องกันตัว ดูวีดีโอ หรือสมัครเรียนออนไลน์ คุณได้ให้คำสัญญาเช่นกัน คุณได้ให้คำสัญญาว่าจะฝึกฝนอย่างหนักและสม่ำเสมอ ถึงกระนั้น มีนักเรียนหลายร้อยคนที่อยู่ไม่ถึง2-3คลาสแรก อีกจำนวนมากที่อยู่ไม่ถึง2-3เดือน และอีกมากมายมหาศาลที่เลิกฝึกก่อนจะเดินทางไปถึงสายดำ นักเรียนป้องกันตัวเองก็ไม่ค่อยรักษาสัญญามากพอๆกับผู้สอน คนเหล่านี้แหละที่มักจะมาบ่นทีหลังว่า "ระบบนี้ไม่เห็นดีตรงไหนเลย" "ผมไม่คิดว่าระบบนี้จะใช้การได้จริง" "ผมรู้สึกเบื่อไม่อยากฝึกต่อแล้ว" ,ฯลฯ ตรวจสอบคำสัญญาของตัวคุณเอง ถ้าคุณทนอ่านจนมาถึงตอนนี้ได้ แสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบการป้องกันตัวมากพอตัวเลยทีเดียว งั้นก็เยี่ยมเลย สิ่งที่คุณควรทำคือ ตรวจสอบคำสัญญาของตัวคุณเอง ถ้าคุณเป็นผู้สอน คุณต้องมั่นใจว่าคำสัญญาที่คุณให้กับนักเรียนนั้นเป็นความจริง หมั่นถามตัวเองว่า"จะมั่นใจได้อย่างไรว่าคำสัญญาของของเรานั้นเป็นความจริง?" ถ้าคุณเป็นผู้เรียน,จงถามตัวเองว่าคนสอนได้รักษาสัญญาหรือไม่ และตัวคุณเองได้รักษาสัญญาด้วยหรือเปล่า? แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นก็คือ "คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณตัดสินใจนั้นไม่ได้มาจาก Social Proof"? ผู้สอนป้องกันตัวควรจะมองตัวเองในกระจกและพูดกับตัวเองว่า "ฉันรู้ว่าสิ่งที่สอนให้นักเรียนนั้นใช้การได้จริงและจะทำให้นักเรียนปลอดภัย" มองเข้าไปในตาของตัวเองขณะที่พูดไปด้วย ถ้าคุณสงสัยหรือกังวล คุณต้องพิจารณาให้ดีแล้วว่าการสอนระบบป้องกันตัวนั้นๆให้คนอื่นอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก คุณควรสอนสิ่งที่คุณมั่นใจ1000%ว่ามันใช้การได้ ในฐานะผู้เรียน,คุณสัญญาว่าจะเรียนป้องกันตัว,สัญญาว่าจะฝึกฝนอย่างหนักและสม่ำเสมอ,สัญญาว่าจะเข้ามาดูบทเรียนออนไลน์ทุกอาทิตย์เพื่ออัพเดทความรู้อยู่เสมอ มองตัวเองในกระจกและถามตัวเองว่า"ฉันรักษาสัญญานั้นอยู่หรือเปล่า?" คำสัญญาของ Defence Lab ผมเขียนบทความเกี่ยวกับDefence Lab ตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งองค์กรใหม่ๆและตัวผมเองก็ฝึกฝน DL ด้วยเช่นกัน DL เป็นระบบที่ผมสอนให้ลูกๆของผม และเป็นระบบที่ผมแนะนำให้คนอื่นเรียน คำสัญญาของผมในฐานะผู้เขียนบทความคือ ผมสัญญาว่าจะบอกความจริงโดยไม่ปิดบัง Defence Lab สามารถรักษาสัญญาทุกข้อที่ให้ไว้กับนักเรียน ผมรู้ว่าไม่ใช่ทุกระบบการต่อสู้ที่สามารถรักษาสัญญาได้ นั่นก็เพราะผมทดลองใช้งานในชีวิตจริง ยกตัวอย่างเช่น ผมเคยเรียนการป้องกันจากระบบป้องกันตัวระบบนึง ผมฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอทุกอาทิตย์ภายใต้การสอนของผู้เชี่ยวชาญในระบบนั้นๆ ถึงกระนั้นเวลาเอาไปใช้งานจริง มันกลับใช้การไม่ได้ คำสัญญาของผู้สอนกลายเป็นคำโกหก คำสัญญาของระบบนั้นพังเละไม่มีชิ้นดี แต่ Defence Lab รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้เรียนได้ วันนี้ คุณมีสิ่งที่ต้องทำ! คุณต้องกลับไปถามคำถามเหล่านี้กับตัวเอง คุณต้องมองลึกลงไปในระบบป้องกันตัวของคุณ และในตัวตนของคุณเอง ถ้าคุณยังไม่รักษาสัญญา คุณควรรีบเปลี่ยนมันเสียเดี๋ยวนี้! ทำไมน่ะเหรอ? เพราะซักวันนึง ชีวิตคุณหรือชีวิตของคนที่คุณรักอาจขึ้นอยู่กับคำสัญญาของคุณ การฝึกการป้องกันตัวไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และคุณไม่ควรล้อเล่นกับมัน!

ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ

สมัครคลาสทดลองเรียนศาสต์การต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับยุคปัจจุบันกับ Defence Lab ได้ตามลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.defencelabbangkok.com/thai-10-free-trial-class

ข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสอบถามได้ที่

🌐Defencelabbangkok.com 📞0894973888, 0877004284 ✉️DefenceLabBkk@gmail.com


Featured Posts
Recent Posts
Search By Tags
No tags yet.
Follow Us
  • Facebook Classic

© 2019 by Defence Lab Bangkok Thailand. SCIENTIFIC FIGHTING METHOD - REALISTIC SELF DEFENCE - HOLLYWOOD MARTIAL ART - FIGHTING MULTIPLE OPPONENTS - LEARN BALLISTIC STRIKE - CARDIO FITNESS 

© 2019 by Defence Lab Bangkok, Thailand.