10 เหตุผลที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กควรเรียนศิลปะการต่อสู้

July 3, 2017

มีความเชื่อมานานแล้วว่า “ศิลปะการต่อสู้” มีไว้เพื่อใช้ป้องกันตัวเสียเป็นส่วนมาก ถ้าคุณมองแบบนั้น นั่นจะทำให้คุณพลาดประโยชน์ดีๆอีกมากที่ได้จากการฝึกศิลปะการต่อสู้

 

 

10 เหตุผลที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กควรเรียนศิลปะการต่อสู้

มีความเชื่อมานานแล้วว่า “ศิลปะการต่อสู้” มีไว้เพื่อใช้ป้องกันตัวเสียเป็นส่วนมาก ถ้าคุณมองแบบนั้น นั่นจะทำให้คุณพลาดประโยชน์ดีๆอีกมากที่ได้จากการฝึกศิลปะการต่อสู้

 

ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเหตุผลที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กควรเรียนศิลปะการต่อสู้รวมไปถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกศิลปะการต่อสู้


​1. คุณเรียนรู้ที่จะเอาชนะปัญหา 

ในศิลปะการต่อสู้ หนึ่งในหลายๆสิ่งที่คุณต้องเจอคือ "ปัญหา" และมันมักจะมาในหลากหลายรูปแบบ อาจจะมาจากการต้อง sparring กับคนที่เก่งกว่า จากอาการบาดเจ็บจากการฝึก จากความเหนื่อยล้า หรือจากการสอบสายไม่ผ่าน

ปัญหาและศิลปะการต่อสู้เป็นของคู่กัน แต่ในแวดวงการต่อสู้ เรามีคำพูดที่ว่า "ถ้าคุณล้ม9ครั้ง ก็จงลุกขึ้นเป็นครั้งที่10" นี่แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณความเป็นนักสู้ และสอนให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เรียนรู้ที่จะสู้กับอุปสรรคอีกนานับประการที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต

ข้างล่างนี้เป็นประโยคเด็ดจาก Sylvester Stallone ในหนังเรื่อง Rocky Balboa: 

"โลกนี้มันไม่ได้เต็มไปด้วยแสงแดดและสายรุ้งที่สวยงามเสมอไป มันเป็นสถานที่ที่โหดร้ายที่พร้อมจะซัดคุณให้ร่วงและกองอยู่อย่างนั้นถ้าคุณยอมแพ้ ไม่มีใครหมัดหนักไปกว่าสิ่งที่เรียกว่า"ชีวิต"อีกแล้ว มันไม่สำคัญว่าคุณจะหมัดหนักมากขนาดไหน สิ่งสำคัญอยู่ที่ไม่ว่าคุณจะโดนหมัดไปหนักแค่ไหน คุณก็ยังลุกขึ้นมาและลุยต่อไปข้างหน้า ไม่ว่าจะโดนไปมากขนาดไหนก็สู้ต้อไปอย่างไม่ย่อท้อ นั่นแหละหนทางสู่ชัยชนะ! ทีนี้ถ้าคุณรู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ คุณก็ต้องพยายามไขว่คว้ามันให้ได้ แต่คุณต้องพร้อมที่จะรับความเสี่ยง ไม่ใช่เอาแต่โทษคนอื่นว่าที่ทำไม่ได้เป็นเพราะคนพวกนั้น! นั่นมันวิถีของพวกขี้แพ้ ซึ่งนั่นไม่ใช่คุณ! คุณมีดีกว่านั้น"

 

 


ข้อความข้างบนแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าการฝึกศิลปะการต่อสู้เป็นอย่างไร ทุกแบบฝึกหัด ทุกการฝึกที่ทำให้คุณเหนื่อยจนท้อ ทุกหมัดที่โดนจากการฝึกช่วยให้คุณสามารถรับมือกับคนร้ายตัวจริงในชีวิตคุณได้เป็นอย่างดี


​2.คุณจะรู้จักตัวเองมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

คุณเคยดูหนังเรื่อง Fight Club ที่แสดงโดย Brad Pitt ไหม? ในหนังจะมีอยู่ฉากหนึ่งที่เขาต้องการสู้กับผู้ชายอีกคน(ถ้าคุณยังไม่ดูผมก็จะไม่spoilนะ) และเขาพูดว่า"คุณจะรู้จักตัวเองดีได้อย่างไรถ้าคุณไม่เคยสู้กับใครเลย"

การฝึกศิลปะการต่อสู้ ไม่ได้แปลว่าคุณต้องไปลุยกับชาวบ้าน แต่มันทำให้คุณรู้จักตัวเองและศักยภาพของตัวเองมากขึ้น คนส่วนมากที่ลงเรียนใหม่ๆวิดพื้นยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่พอผ่านไป2-3เดือนเท่านั้น พวกเขาสามารถวิดพื้นได้เป็น100ครั้ง

คลาสสอนศิลปะการต่อสู้หรือป้องกันตัวที่ดีควรจะทำให้คุณเหนื่อย มีการแนะนำหลักการใหม่ๆ และมีการผลักดันให้ร่างกายและจิตใจของคุณให้พยายามและพัฒนาทักษะต่างๆ

มันต่างกันมากกับการไปยิมเพื่อวิ่งไปเรื่อยๆ คู่ฝึกคุณจะออกแรงต่อต้านคุณ ครูฝึกจะช่วยแนะนำให้คุณบรรลุสิ่งที่คุณต้องการเหมือนกับมีpersonal trainerไว้คอยผลักดันคุณ และนั่นเป็นสิ่งที่ครูฝึกมวยที่ดีควรทำ เขาจะรู้ว่าคุณอยู่ระดับไหนและจะช่วยให้คุณพัฒนาสู่อีกระดับได้อย่างไร

“สายดำ คือสายขาวที่ไม่ยอมแพ้” ดังนั้นการได้รับมอบหมายงาน หรือประชุมกับหัวหน้าของคุณก็ดูไม่น่ากลัวอีกต่อไปเมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกศิลปะการต่อสู้


3. ช่วยพัฒนาการเห็นคุณค่าของตัวเอง

ทุกคนสามารถมีปัญหาด้านการเห็นคุณค่าของตัวเองได้ไม่เพียงเฉพาะเด็กๆ ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งล่อลวงต่างๆนาๆบ่อยครั้งที่เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

​ในการฝึกศิลปะการต่อสู้มีระบบการให้รางวัลที่ชาญฉลาด โดยให้นักเรียนฝึกหนักและได้ผลตอบแทนเป็นสายคาดเอว หรือwrist bands แทนสัญลักษณ์ของการยอมรับในฝีมือ โดยจัดขึ้นทุกช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้

ส่วนที่สำคัญก็คือการให้การยอมรับ การที่ใครซักคนบอกคุณว่าคุณทำได้สำเร็จในเส้นทางของศิลปะการต่อสู้ ไม่ใช่แค่พูดปากเปล่าว่าคุณพัฒนาขึ้น แต่มีสิ่งที่พิสูจน์ได้ในการพัฒนาการเห็นคุณค่าในตัวเอง ผมไม่เคยเจอใครที่อมทุกข์เวลาที่ได้เลื่อนสายเลยซักคน


4. พัฒนาความฟิต

ยิมออกกำลังสามารถเป็นสถานที่ๆน่าเบื่อที่สุดบนโลก ผ่านไปแค่30นาทีก็รู้สึกอยากเลิกแล้วไปเข้าห้องsaunaแทนแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าสมาชิกใหม่ที่มาสมัครยิมในเดือนมกราคม มักจะเลิกมาเล่นช่วงอาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์? คุณรู้ไหมว่าปกติแล้วจะมีคนที่ซื้อสมาชิกยิมไปแล้วมาใช้ยิมจริงๆแค่ 18% 

ไปออกกำลังที่ยิมก็สามารถช่วยคุณได้ แต่มันจะทำให้คุณบรรลุวัตถุประสงค์ในการออกกำลังได้ดีกว่าโดยการเข้าคลาสศิลปะการต่อสู้

ครูฝึกมวยที่ดีจะสนับสนุนและแนะนำคุณในการฝึก เขาจะใส่ใจในวัตถุประสงค์ของคุณและช่วยให้คุณทำมันได้สำเร็จ

เราอยู่ในยุคที่ค่าสมาชิกยิมถูกมาก มันจึงง่ายที่จะไม่ไปยิม ในทางตรงข้ามถ้าคุณลงเงินกับการเรียนศิลปะการต่อสู้แล้ว มันก็จะให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจกว่า นอกจากจะไม่เบื่อแล้ว คุณจะนับถอยหลังรอเวลาเรียนคลาสถัดไปเลยด้วยซ้ำ

คลาสสอนป้องกันตัวที่ดีจะมีแบบฝึกหัดและเกมส์หลากหลายรูปแบบเพื่อใช้ทดสอบความฟิตของคุณ อาทิตย์แล้วอาทิตย์เล่า เมื่อคุณชอบไปเรียนป้องกันตัวมากกว่า คุณจึงมีแนวโน้มที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการออกกำลังกายได้มากกว่า


 



5. ได้เพื่อนใหม่
 

คนส่วนมากมาเรียนป้องกันตัวก็เพราะต้องการสังคม มันเป็นธรรมชาติที่ทุกคนจะชอบสร้างconnections ดูได้จากอัตราการใช้ facebook

การฝึกป้องกันตัวทำให้คุณได้มีสถานที่ไว้พบปะกับเพื่อนใหม่ที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน รูปข้างบนมาจากคลาส Defence Lab ทุกๆคนมีช่วงเวลาดีๆ ได้สนุกด้วยกัน และได้มิตรภาพใหม่ๆ


6. ความสร้างสรรค์ทางกายภาพ

เราอยู่ในยุคที่เวลา​ส่วนใหญ่หมดไปกับการนั่งเฉยๆ จากงานนั่งโต๊ะ นั่งเรียนหนังสือ คุณทราบไหมว่านักเรียนในUK ใช้เวลาแค่ 102 นาทีต่ออาทิตย์ในการเรียนพละศึกษา

พวกเราไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าร่างกายเราทำงานอย่างไร เคลื่อนไหวแบบไหนได้บ้าง สามารถเคลื่อนไหวแบบexplosiveได้มากขนาดไหน หรือแขนเราสามารถขยับได้ไวขนาดไหน

ศิลปะการต่อสู้จะทำให้ร่างกายคุณขยับในแบบที่คุณไม่เคยนึกมาก่อนว่าทำได้ ด้านล่างเป็นคลิปของ Chloe Bruce แสดงพรสวรรค์ของเธอให้เราชมว่าร่างกายเรามีศักยภาพในการเคลื่อนไหวมากขนาดไหน การใส่ใจศึกษาด้านการพัฒนาทางกายภาพของคุณจะทำให้คุณก้าวข้ามการนั่งทำงานเฉยๆบนโต๊ะ สู่การค้นพบศักยภาพในตัวที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ เช่น แตะหัวแม่เท้าตัวเองได้ น้ำหนักลด 2-3 กิโล หรือเตะสูงเท่าหัวได้ เราจะไม่มีวันทำสิ่งเหล่านี้ได้สำเร็จถ้าไม่ลงมือฝึกฝนตัวเอง และศิลปะการต่อสู้จะช่วยคุณได้ในเรื่องนี้

 

 

7. ความกล้าหาญ

Cus D’ Amato (trainer ของ Tyson-ผู้แปล) หนึ่งในtrainer มวยสากลที่เก่งที่สุดบนโลกเคยพูดไว้ว่า

​"ผู้กล้า และคนขลาดต่างรู้สึกแบบเดียวกัน,แต่ผู้กล้าใช้ความกลัวพุ่งไปที่คู่ต่อสู้ ในขณะที่คนขลาดวิ่งหนี มันคือความกลัวเหมือนกัน แต่ความต่างอยู่ที่คุณจะทำอย่างไรกับมัน"

เดินเข้าไปในยิมสอนมวยเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่แบบที่คุณไม่เคยทำมาก่อน ในDefence Lab เรามีวิธีการที่ช่วยให้มันง่ายขึ้น แต่มันก็ยังต้องใช้ความกล้าอย่างมากเพื่อที่จะเดินเข้าไปในนั้น

ก้าวแรกที่เข้าไปในยิม คุณจะรู้สึกใจเต้นแรง และเมื่อคุณเริ่มฝึกครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นหมัดปลิวใส่หน้าคุณ หรือตอนเริ่มผูกเชือกรัดนวม ผมมั่นใจว่ามันต้องใช้ความกล้าในระดับนึงเลยทีเดียว

ความกล้านี่เอง ที่ผลักดันให้คุณกลับมาซ้อม ครั้งแล้วครั้งเล่า จากอาทิตย์เป็นเดือนเป็นปี ทำให้คุณเริ่มแก้ไขเทคนิคหลายๆอย่างให้ถูกต้อง ความกล้ามีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกล้าบอกเด็กไม่ให้พูดคำหยาบ กล้าบอกครูว่าคุณหรือนักเรียนคนอื่นถูกกลั่นแกล้ง หรือกล้าเสนอแนวคิดใหม่ๆให้หัวหน้างานคุณฟัง

ศิลปะการต่อสู้ต้องการความกล้าทุกครั้งที่คุณมาฝึกและนั่นจะเตรียมพร้อมความกล้าที่คุณต้องเผชิญในชีวิต คุณจะเริ่มรู้สึกได้ถึงความกล้าที่หลั่งไหลเข้ามาในชีวิตประจำวันของคุณ

 

 


8. ความเป็นผู้นำ

ตอนคุณเริ่มเรียนศิลปะการต่อสู้ครั้งแรก คุณจะเป็นสายขาวที่มีรุ่นพี่สายสีมากมาย แต่ผ่านไปซักพักก็จะมีนักเรียนใหม่มาร่วมด้วย พวกเขาจะมาขอคำแนะนำจากคุณ ให้คุณช่วยดูว่าเขาทำเทคนิคถูกไหม และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นผู้นำ

​เมื่อคุณเก่งขึ้นคุณจะเริ่มเป็นหัวหน้าคลาส หรืออาจเป็นครูสอน เป็นคนแรกที่มาและเป็นคนสุดท้ายที่กลับ รับฟังคำถามจากทุกคนและช่วยให้พวกเขาบรรลุวัตถุประสงค์ นี่แหละคือความเป็นผู้นำ

คุณเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาไม่ใช่สร้างปัญหาในขณะที่คุณหาทางฮุคซ้ายให้เข้าเป้า หรือผ่านการ์ดอีกฝ่าย คุณจะได้ยืนนำหน้าคลาสและนั่นช่วยพัฒนาความเป็นผู้นำของคุณ แสดงให้คนอื่นเห็นถึงความทุ่มเทของคุณ

จะเห็นได้ว่าศิลปะการต่อสู้มีประโยชน์มากในการพัฒนาตัวคุณหรืออาชีพของคุณ รวมไปถึงพัฒนาการของเด็กด้วย พวกเขาจะไม่เป็นเด็กหลังห้องที่เกเร แต่จะเป็นเด็กหน้าห้องที่พร้อมที่จะรับอาสางานต่างๆหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับบทเรียน เพราะนั่นเป็นสภาพแวดล้อมแบบเดียวกับคลาสศิลปะการต่อสู้

สมัยนี้ยิมสอนศิลปะการต่อสู้หลายแห่ง เริ่มมีหลักสูตรพัฒนาความเป็นผู้นำ เพื่อพัฒนาทักษะด้านนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

สำหรับคนที่ฝึก DL คงทราบดีอยู่แล้วว่า Andy Norman เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม และพยายามที่จะช่วยเหลือคนอื่นให้พัฒนาทักษะแบบเดียวกับที่เขามีโดยตลอด ศิลปะการต่อสู้มองว่าทุกคนมีความเป็นมนุษย์โดยเท่าเทียมกันและต้องการช่วยเหลือทุกคนให้ปลดปล่อยศักยภาพที่หลายๆคนไม่เคยนึกถึง ให้ออกมาได้เต็มที่ และการจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องอาศัยความเป็นผู้นำที่ดี 


9. ความเคารพ

คนส่วนมากที่ไม่เคยฝึกศิลปะการต่อสู้มักจะเข้าใจว่าศิลปะการต่อสู้จะส่งเสริมการใช้ความรุนแรง ซึ่งจริงๆแล้วศิลปะการต่อสู้เป็นเรื่องของความเคารพซึ่งกันและกัน

จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายคำว่าเคารพไว้ว่า แสดงอาการนับถือ เช่น เคารพผู้ใหญ่ เคารพธงชาติ หรือหมายถึงการไม่ล่วงเกิน ไม่ล่วงละเมิด เช่น เคารพสิทธิของผู้อื่น นั่นแหละเป็นสิ่งที่ศิลปะการต่อสู้สอน ก่อนเริ่มเรียนในทุกคลาสจะมีการโค้งคำนับ แสดงการเคารพ จับมือ หรือแตะนวมกัน ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในสังคมสมัยนี้ หลังจากฝึกเสร็จเราก็แสดงความเคารพคู่ฝึกเราก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน

ที่ทำแบบนี้เพราะเราต้องการขอบคุณคู่ฝึกของเราที่ช่วยฝึก ถ้าไม่มีพวกเขาเราก็พัฒนาได้ยาก เช่นเดียวกับชีวิตจริง เราเรียนรู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เก่งแค่ไหนก็จงอย่ากร่าง เราเรียนรู้ว่าคนอื่นที่แข็งแกร่งก็มีอยู่เยอะในสังคม และถ้าเราช่วยเหลือกันเราก็จะได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากการฝึก และสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการทำงานเป็นทีมก็คือ ความเคารพซึ่งกันและกัน

ถ้าอยากเห็นความไม่เคารพซึ่งกันและกันคุณแค่ลองเข้าไปดูตามกระทู้สนทนาต่างๆบนinternet บางคนก็มีระดับการเข้าสังคมที่ห่วยมากเสียจนน่าสงสัยว่าเขาไปทำแบบนี้กับทุกคนในชีวิตจริงหรือเปล่า?

ศิลปะการต่อสู้เริ่มต้นและจบที่ความเคารพ คุณจะไม่มีทางได้เห็นอะไรแบบนี้ในระบบการศึกษาแบบอื่นบนโลกนี้ ปกติในคลาสทั่วไปคุณจะต้องโค้งหรือจับมือกับคนประมาณ 20-30 คน, ถ้ามาลองคิดดูจะเห็นว่าปีนึงคุณต้องโค้งหรือจับมือมากขนาดไหน 


10. การป้องกันตัว

เราเก็บเหตุผลหลักในการฝึกศิลปะการต่อสู้ไว้ท้ายสุด แน่นอนว่าคนส่วนมากที่หันมาฝึกศิลปะการต่อสู้ ก็เพื่อพัฒนาทักษะการป้องกันตัวของตนเอง

โลกนี้เป็นสถานที่ที่น่าอาศัยอยู่และเต็มไปด้วยเรื่องมหัศจรรย์มากมาย แต่บางครั้งเราก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับคน หรือสถานการณ์ที่ไม่น่าภิรมย์เท่าไรนัก การฝึกศิลปะการต่อสู้จะช่วยให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ คุณก็ยังสามารถรับมือกับมันได้

สำหรับเด็ก มันอาจเป็นการรับมือกับการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน หรือป้องกันตัวจากอันธพาล สำหรับผู้ใหญ่อาจเป็นการรับมือกับกลุ่มวัยรุ่นเกรียน ศิลปะการต่อสู้จะสอนให้คุณรับมือกับสถานการณ์พวกนี้ สถานการณ์เหล่านี้ส่วนมากสามารถหลีกเลี่ยง หรือลดความรุนแรงลงได้ด้วยทักษะพื้นฐานบางอัน แต่เมื่อถึงตอนที่เลี่ยงไม่ได้คุณก็ต้องแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถปกป้องตัวเองและคนที่คุณรักได้ถ้าจำเป็นต้องลงไม้ลงมือกัน

มีทักษะป้องกันตัวแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้ทักษะป้องกันตัวแล้วดันไม่มีให้ใช้

หวังว่าคุณจะได้ความรู้จากการบทความนี้ไม่มากก็น้อย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่ได้กล่าวถึงในบทความนี้ นั่นก็คือ"ความสนุก" การเรียนศิลปะการต่อสู้ควรจะเป็นเรื่องสนุก และผมมั่นใจว่าใครก็ตามที่เคยได้ลองเรียนดูแล้วจะมีความสุขกับมัน

ไว้พบกันคราวหน้าครับ แต่ก่อนจากกันขอทิ้งท้ายด้วยคลิปวีดีโอเกี่ยวกับการฝึกป้องกันตัวที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานไว้ให้ชมกัน

 

เรียนศาสตร์การต่อสู้สมัยใหม่กับ Defence Lab 

สามารถสมัครคลาสทดลองเรียนฟรีได้ที่นี่

🌐Defencelabbangkok.com
📞0894973888, 0877004284
✉️ DefenceLabBkk@gmail.com

 

 

Please reload

Featured Posts

วิธีรับมือกับคนร้ายที่เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ในสถานการณ์ป้องกันตัว

May 12, 2017

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Classic

© 2019 by Defence Lab Bangkok Thailand. SCIENTIFIC FIGHTING METHOD - REALISTIC SELF DEFENCE - HOLLYWOOD MARTIAL ART - FIGHTING MULTIPLE OPPONENTS - LEARN BALLISTIC STRIKE - CARDIO FITNESS 

© 2019 by Defence Lab Bangkok, Thailand.