ทำไมคุณถึงจะเอาตัวไม่รอดในสถานการณ์ป้องกันตัว

"คำแนะนำของนักศิลปะการต่อสู้นั้นมีทั้งมีสาระ และไร้สาระคุณฟังไม่ผิดหรอก,หลายๆอย่างที่พวกผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ป้องกันตัวทั้งหลายชอบสอนกันนั้นไร้ประโยชน์และใช้การไม่ได้"

คำแนะนำของนักศิลปะการต่อสู้นั้นมีทั้งมีสาระ และไร้สาระ คุณฟังไม่ผิดหรอก,หลายๆอย่างที่พวกผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้/ป้องกันตัวทั้งหลายชอบสอนกันนั้นไร้ประโยชน์และใช้การไม่ได้ อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้การสอนเหล่านั้นใช้การไม่ได้? คำตอบก็คือ พวกเขามักจะประเมินคนร้ายต่ำไป ต่ำมากขนาดที่ว่าไม่ตระหนักว่าการชกของคนร้ายนั้นหนักหน่วงรุนแรงขนาดไหน ในบทความนี้เราจะโจมตีใส่คุณด้วย"ความจริง" และเราขอแนะนำว่าถ้าคุณฝึกวิชาป้องกันตัวอะไรก็ตาม คุณสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านบทความนี้ การชก; ทำไมคุณถึงต้องรู้วิธีรับมือ คนฝึกป้องกันตัวส่วนใหญ่ไม่เคยเจอคนที่ชกได้หนักหน่วงมากๆ แน่นอนว่าคุณอาจจะเคยเห็นคนชกกระสอบหรือล่อเป้าได้หนัก แต่ก็มีบางคนที่พลังหมัดเกินระดับมนุษย์ไปมาก ผมรู้เพราะผมเคยเจอกับคนเหล่านี้มาหลายครั้งแล้ว ผมชกมวยสากลมานาน,เคยเป็นเจ้าหน้าที่ในการแข่งขันระดับอาชีพ แถมยังเคยเป็นพี่เลี้ยงในการชกระดับโลก แน่นอนว่านักมวยพวกนี้หมัดหนักสุดๆ แต่กลายเป็นว่าผมเจอคนที่ชกได้หนักที่สุดบนท้องถนนแทนที่จะเป็นบนสังเวียน! นั่นก็เพราะบนถนนเป็นที่ๆเหยื่อส่วนมากไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับพลังทำลายระดับนี้ และบนท้องถนนหมัดทุกหมัดที่ปล่อยออกมานั้นมีเจตนาเดียวคือ "ทำลายคุณให้หมดสภาพ" ข้อแตกต่างก็คือ นักมวยต้องคำนึงถึงการออมแรงเพื่อยืนไปถึงยกหลังๆ ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะชกเต็มแรงเพราะเขารู้ว่ายิ่งชกเต็มแรงบ่อยเท่าไรก็จะยิ่งเหนื่อยเร็วมากขึ้นเท่านั้น แต่บนถนนไม่ต้องคำนึงถึงคำว่ายกหลังๆ นั่นหมายถึงทุกหมัดเน้นสร้างความเสียหายให้มากที่สุด กลับมาที่เรื่องเดิมที่เราคุยกันก่อนหน้านี้ คุณเคยเห็นคนสู้กันข้างถนนไหม? ส่วนมากมักจะเป็นหนึ่งใน2แบบนี้ แบบแรก จั่วลมกันไปมาและแทบไม่โดนกันเลย แบบสอง ร่วงในหมัดเดียว แต่การร่วงในหมัดเดียวนั้น ส่วนมากไม่ได้เกิดจากพลังหมัด แต่มักจะเกิดจากการชกที่จังหวะเหมาะสม แม่นยำ รวดเร็ว ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ทันระวังหรือเมาเสียมากกว่า แต่ถ้าคุณเคยเห็นพลังหมัดแบบผิดมนุษย์คุณจะสามารถเข้าใจความแตกต่างได้ทันที คนที่ชกได้หนักมากไม่จำเป็นต้องฝึกการต่อสู้มา บางคนมีพรสวรรค์ บางคนเรียนวิธีชกจากคนรู้จักแต่พลังและความเร็วนั้นเหลือเชื่อมาก การต่อสู้จะจบลงทันทีถ้าคุณหมดสติ

บ่อยครั้งที่ผมเห็นพวกผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้สาธิตวิชาให้ดูในคลิปและรู้ได้ทันทีว่าวิชาของพวกเขาไม่มีทางใช้ได้กับคนที่โจมตีเต็มแรง ที่เขาเชื่อแบบนั้นก็เพราะพวกเขาไม่เคยเจอพวกหมัดหนักสุดๆมาก่อนนั่นเอง มีอยู่คืนนึง ผมทำงานเป็นตำรวจและไปเจอชายสองคนกำลังจะสู้กัน พอผมเข้าไปใกล้ชายคนนึงก็ชกใส่อีกฝ่ายอย่างหนักหน่วง หนักเสียจนอีกฝ่ายหมดสติกลางอากาศก่อนที่จะล้มถึงพื้นด้วยซ้ำ ผลก็คือคนโดนชกต้องรับการผ่าตัดเพราะกระดูกกรามร้าว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น? คนชกอาจจะโจมตีต่อ กระทืบหัว หรืออาจปล้นอีกฝ่ายก็ได้ มันจะเป็นเรื่องใหญ่มากถ้าคุณหมดสติ ถึงความเสียหายจากการชกอาจจะไม่มาก แต่หัวคุณอาจกระแทกพื้นอย่างแรงจนเจ็บหนัก คุณไม่สามารถป้องกันตัวได้อีกต่อไปในขณะที่อีกฝ่ายจะยำคุณยังไงก็ได้ ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน ถ้าคุณหมดสติมันก็ไร้ประโยชน์! วิธีรับมือกับพวกหมัดหนัก ถ้าคุณดันไปเจอกับพวกตัวใหญ่กว่าหรือชกได้หนักสุดๆ,คุณกำลังเจอปัญหาใหญ่เลยทีเดียว นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมDefence Lab ถึงใช้Shapeในการรับมือ และก็เป็นเหตุผลที่ผมประทับใจในวิชานี้ ป้องกันเพื่อที่จะชนะ มีแค่สองทางที่จะรับมือกับพวกหมัดหนัก ไม่หลบก็ป้องกัน จะป้องกันด้วยหน้า(ไม่แนะนำวิธีนี้), หรือปิดด้วยแขนและใช้ท่อนแขน/ศอกในการป้องกันซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่Defence Labเชี่ยวชาญ คุณจะผ่านการทดสอบจากMike Tysonได้ไหม? ลองจินตนาการว่าคุณอยู่บนถนน นอกร้านเหล้า แล้วไปเจอMike Tysonเข้า ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ เขาเหม็นขี้หน้าคุณและพุ่งเข้ามาโจมตีคุณ คุณจะทำอย่างไร? ถึงตอนนี้บางคนอาจตอบว่าลากลงพื้นไปจับล๊อคสิ เอาเป็นว่าคุณดันพลาดโดนหมัดแรกเข้าไปเต็มเปาและกำลังมึนอยู่ คุณจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร? ถ้าคุณไปถามนักเรียนDefence Labที่ฝึกมาพอสมควร,พวกเขาจะใช้ทักษะการเปลี่ยนShapeในการป้องกัน ผมไม่ได้บอกว่านักเรียนDefence Labจะชนะ ยังไงเสียอีกฝ่ายก็เป็นถึงMike Tyson แต่นักเรียนพวกนั้นจะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นเพราะเขาสามารถป้องกันตัวเองและตอบโต้กลับจากสภาวะแบบนั้นได้ แล้วคุณล่ะ ทำแบบนั้นได้ไหม? ผมมักจะถามคำถามแบบนี้กับนักเรียนทุกคนที่มาเรียนกับผม เพราะบางคนบนถนนชกได้หนักมากๆและMike Tysonก็เป็นตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น การเปลี่ยน Shape ช่วยนำไปสู่ชัยชนะ

ใน Defence Lab,เราใช้การเปลี่ยน Shape เป็นหลัก เพราะว่ามันใช้รับมือกับคนร้ายหลายคนก็ได้ คนเดียวก็ดี การต่อสู้และป้องกันตัวเองไปพร้อมๆกันนั้นเป็นความสามารถที่ทรงพลังและมีประโยชน์มาก การโจมตีและการป้องกันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว มีเหล่าผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวโจมตีการใช้ShapeของDL แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติของวงการนี้ ถ้าลองเอาผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นไปเจอMike Tysonดูบ้างรับรองได้ว่าเขาต้องป้องกันแน่นอน แต่ถ้าไม่รู้วิธีป้องกัน/วิธีสู้จากตำแหน่งที่เสียเปรียบพวกเขาก็จะทำอะไรไม่ได้มากนอกจากรอโดนknock outอย่างเดียว นี่แหละ คือความจริงที่ชาวDefence Labตระหนักดี ,พวกเราเข้าใจดีว่าเราควรโจมตีพร้อมป้องกันและป้องกันพร้อมโจมตีอยู่เสมอ จงป้องกันให้ดีไม่งั้นจะโดนน๊อค และอย่าประเมินพลังหมัดของคนร้ายตามท้องถนนต่ำเกินไปเป็นอันขาด ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ

หากคุณสนใจฝึกฝนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวสมัยใหม่ที่ใช้ได้ผลในยุคปัจจุบันกับทีม Defence Lab ในกรุงเทพประเทศไทยแล้ว

สามารถติดต่อเพือทดลองเรียนได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้ครับ

🌐Defencelabbangkok.com 📞0894973888, 0877004284 ✉️ DefenceLabBkk@gmail.com


Featured Posts
Recent Posts
Search By Tags
No tags yet.
Follow Us
  • Facebook Classic

© 2019 by Defence Lab Bangkok Thailand. SCIENTIFIC FIGHTING METHOD - REALISTIC SELF DEFENCE - HOLLYWOOD MARTIAL ART - FIGHTING MULTIPLE OPPONENTS - LEARN BALLISTIC STRIKE - CARDIO FITNESS 

© 2019 by Defence Lab Bangkok, Thailand.