ทำไมความรู้สึกกลัวการต่อสู้ในสถานการณ์จริงจึงเป็นเรื่องปกติ

กลายเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่วงการป้องกันตัวที่มีหน้าที่คอยสอนให้คนอื่นสามารถปกป้องตัวเองจากการทำร้ายของอาชญากร กลับเต็มไปด้วยคนที่กระหายที่จะทำร้ายคนอื่นแทนเสียนี่

ฮอร์โมนเพศชาย(Testosterone)มีบทบาทมากในโลกของการป้องกันตัว อย่างเช่นในโลกออนไลน์ คุณคงเคยเห็นครูสอนป้องกันตัวออกมาโต้แย้งว่าเทคนิคป้องกันตัวอันไหนใช้ได้-ใช้ไม่ได้ หลายๆครั้งที่บานปลายใหญ่โตกลายเป็นการโจมตีคนอื่นแทนการให้ความรู้ ผมเห็นการขมขู่ที่ว่ามานี้บ่อยมาก ท้าสู้กันเลยก็เยอะ ถึงขนาดที่ว่าผมเคยเจอผู้ชายคนนึงที่ไปเข้าร่วมงานสัมมนาและขอท้าสู้กับครูสอนป้องกันตัวที่จัดสัมมนาเลยก็มี ราวกับว่าคนที่มาฝึกป้องกันตัวส่วนมากเป็นพวกชอบหาเรื่องท้าสู้คนอื่นอยู่เป็นประจำ แต่ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ? กลายเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่วงการป้องกันตัวที่มีหน้าที่คอยสอนให้คนอื่นสามารถปกป้องตัวเองจากการทำร้ายของอาชญากร กลับเต็มไปด้วยคนที่กระหายที่จะทำร้ายคนอื่นแทนเสียนี่ คำตอบก็คือ พวกเขาไม่เคย"กลัว" ในบทความนี้ ผมจะมาอธิบายว่าทำไมการกลัวที่จะสู้กับคนอื่นจึงเป็นสิ่งที่ดี และทำไมคนที่ชอบบอกว่าตัวเองไม่กลัวจึงเป็นคน"โกหก" หรือ "โง่เง่า" ความกลัวมาจากความเสี่ยงที่จะแพ้ ความเชื่อในอะไรซักอย่างเป็นสิ่งที่ทรงพลัง และความเชื่อมั่นในตัวเองก็เป็นสิ่งที่น่าทึ่ง แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าความเชื่อมั่นในตัวเองกลับทำลายตัวคุณ? น่าเศร้าที่มันเกิดขึ้นบ่อยๆในปัจจุบัน กลุ่มวัยรุ่นที่เมาได้ที่ ปีนไปบนยอดตึกและ"เชื่อมั่นในตัวเอง"ว่าสามารถกระโดดไปยังตึกข้างๆได้ด้วยฤทธิ์ของเหล้า ผลก็คือส่วนมากไม่ตายก็บาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์ที่ว่ามานี้เกิดขึ้นกับความสามารถในการต่อสู้เช่นเดียวกัน ตามเมืองต่างๆทั่วโลกคุณจะเห็นวัยรุ่นชาย/หญิงเผชิญหน้ากันตะโกนยั่วยุให้อีกฝ่ายลงมือ พวกเขาเชื่อมั่นในตัวเองจริงๆว่าจะสามารถทำลายอีกฝ่ายได้ แต่พวกเขามีหลักฐานอะไรมาอ้างอิงความเชื่อพวกเขาหรือเปล่า? บางคนอาจฝึกการต่อสู้มา แต่โดยส่วนมากทั้งสองฝ่ายมักจะไม่เคยสู้กับใครบนท้องถนนมาก่อนเลย แล้วพวกครูหรือนักเรียนที่ฝึกป้องกันตัวล่ะ ทำไมพวกเขาถึงอยากสู้กับคนอื่นนัก? ในความเห็นของผม พวกเขามีสิ่งที่เรียกว่า"ประสบการณ์ด้านความรุนแรงในแง่บวก"ซึ่งมาจากการฝึกป้องกันตัว นี่เป็นวิธีเดียวกันกับการโฆษณาสินค้า ตัวโฆษณาจะช่วยกระตุ้นความจำโดยเชื่อมโยงความรู้สึกในแง่บวกเข้ากับตัวสินค้า ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจเชื่อมโยงการดื่มRumและ Coke เข้ากับการมีช่วงเวลาที่ดีกับเพื่อนของคุณ พอคุณเห็นโฆษณาCoke หรือ Rum ที่แสดงให้เห็นถึงความสุขในการดื่มที่บาร์คุณก็จะเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับประสบการณ์ในแง่บวก กลไกนี้เกิดขึ้นกับการฝึกป้องกันตัวเช่นกัน นั่นก็คือคุณเชื่อมโยง"การต่อสู้" เข้ากับ"การมีช่วงเวลาที่ดี"ในการฝึกป้องกันตัว และยิ่งเป็นปัญหาหนักถ้าการฝึกของคุณเป็นการฝึกแค่ด้านเดียวและจำลองให้คุณได้เปรียบและชนะในทุกสถานการณ์ แล้วถ้าเป็นครูสอนป้องกันตัวที่มีประสบการณ์สู้จริงแต่ชอบหาเรื่องคนอื่นล่ะ? เราจะมาพูดถึงเป็นลำดับถัดไป ทำไมประสบการณ์บางอย่างถึงอันตราย? ผมจำได้ถึงประสบการณ์ในอดีต ผมชนะการแข่งมวยสากล2ครั้งติดกันอย่างง่ายดาย แต่กลับแพ้ในยกที่3ของการชกครั้งที่3แบบหลุดลุ่ย ผมช๊อคพอสมควรเพราะผมไม่แพ้มานานมากแล้ว แต่ก็ยังแพ้ให้คนที่แข็งแรงกว่าและฟิตกว่าผม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ "ผมทำให้ตัวเองพ่ายแพ้" พอชนะ2ครั้งแรกได้สบายๆ ผมจึงฝึกไม่หนักเหมือนเมื่อก่อน พยายามน้อยลง และเชื่อว่าครั้งนี้ตัวเองก็จะชนะง่ายๆเหมือน2ครั้งแรก การแพ้ครั้งนั้นทำให้ผมตาสว่างขึ้นมาก ในการป้องกันตัว มีหลายคนที่มีประสบการณ์ด้านความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทหาร หรือเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ มันมีความต่างอย่างใหญ่หลวงระหว่าง"มีประสบการณ์แบบเดียวซ้ำไปซ้ำมาตลอด20ปี"หรือ "มีประสบการณ์หลายๆแบบมาตลอด20ปี" ดังนั้น ถ้าใครมาบอกคุณว่าเขาทำงานเป็นตำรวจ,เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรืออะไรทำนองนี้ มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย! แน่นอนว่าพวกเขามีประสบการณ์สูงในสายงานเขา หรืออาจจะชำนาญในการจัดการกับคนเมาตอนตี3 แต่ถ้าเขายังชอบหาเรื่องสู้กับคนอื่นและเชื่อว่าตัวเองจะชนะได้ง่ายๆ นั่นแปลว่า"เขาด้อยประสบการณ์ด้านการต่อสู้จริง" เช่นเดียวกับ"ความด้อยประสบการณ์ด้านมวยสากลของผม"ที่ทำให้ผมเชื่อว่าต่อให้ฝึกน้อยกว่านี้ก็สามารถชนะได้ง่ายๆ, ครูสอนป้องกันตัวส่วนมากที่เคยมีประสบการณ์สู้จริงมาบ้างจึงเริ่มที่จะ"กลัวการต่อสู้น้อยลง หรืออาจจะไม่กลัวเลย" เพราะเขาเชื่อว่าเขาจะชนะการต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย! คนที่มีประสบการณ์การต่อสู้มาอย่างโชกโชนมักจะกลัวการใช้ความรุนแรง เพราะเขาเห็นมาเยอะแล้วรู้ดีว่าเขามีโอกาสที่จะแพ้ และถ้าแพ้ผลลัพธ์จะไม่สวยนัก Rickson Gracie พูดถึงเรื่องความกลัว

วีดีโอข้างบนตัดมาจากสารคดีที่ชื่อ Choke ซึ่งพูดถึงหนึ่งในตำนานของวงการBJJ, Rickson Gracie Rickson กล่าวว่า ความกลัวและความฉลาดนั้นเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด ดังนั้นเขาจึงกลัวทุกอย่าง นี่คือชายที่เป็นที่รู้จักในนาม"เครื่องจักรแห่งการต่อสู้(fighting machine)" ชายที่Royce Gracieบอกว่าเป็นคนที่เก่งกว่าเขามากอย่างเทียบไม่ติด ทำไมRicksonถึงกลัว? นั่นก็เพราะเขามีประสบการณ์ต่อสู้อย่างโชกโชนทั้งบนสังเวียน และบนถนนในเมืองRio, Brazil ถ้าคุณกลัวการต่อสู้ในสถานการณ์จริง คุณก็มีพวกแล้ว แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณไม่รู้จักกลัว?

Bruce Lee กล่าวไว้ว่า: "เมื่อคนร้ายจู่โจมคุณ, เขาสนใจแค่ว่าจะทำลายคุณยังไง เขาไม่สนหรอกว่าคุณจะทำอะไรได้บ้าง" ผมคิดว่ามันจริงมากๆ ถ้าคุณไม่รู้จักกลัวในการสอน/ฝึกการป้องกันตัว คุณก็เป็นแค่คนร้ายธรรมดาๆ ไม่ใช่นักศิลปะการต่อสู้ ผมขอโทษด้วยถ้าคุณเป็นแบบนั้น แต่มันเป็นความจริง เวลาผมสอนป้องกันตัว ผมกลัวอยู่เสมอ กลัวว่านักเรียนจะบาดเจ็บ กลัวว่าพวกเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์จริงที่ต้องเอาตัวรอด เป็นเพราะผมไม่เชื่อในการสอนของตัวเองหรือ? ไม่มีทาง, ในสายตาผม Defence Lab เป็นหนึ่งในระบบป้องกันตัวที่เชื่อถือได้มากที่สุดระบบนึงเลยทีเดียว แล้วทำไมผมถึงกลัวล่ะ? ผมกลัวเพราะผมตระหนักในข้อเท็จจริงที่ว่า"ไม่ว่าระบบป้องกันตัวนั้นจะดีมากขนาดไหนก็ตาม ในสถานการณ์จริงนักเรียนมีโอกาสบาดเจ็บสาหัสหรือตายได้เสมอ" ผมรู้เพราะผมเคยมีประสบการณ์ตรง เพื่อนผมเป็นตำรวจมานาน15ปี แถมด้วยสายดำในยูโด คาราเต้ และฝึกมวยสากลมานาน เกือบเสียตาไปข้างนึง เขาโดนน๊อคด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวในบาร์โดยคนที่ต้องการหาเรื่องเพื่อนของเขา ชายคนนั้นใช้แก้วเหล้าหวดเข้าที่หน้าโดยไม่มีสัญญาณเตือนก่อนลงมืออะไรทั้งนั้น ผมเคยเจอวัยรุ่นอายุ22 ที่เมาทั้งยาและเหล้า และจำได้ดีว่าลำบากมากและเหนื่อยมากขนาดไหนกว่าจะกดเขาลงกับพื้นและควบคุมเขาได้ กำลังของเขาเหลือเชื่อมาก ราวกับคน10คนเลย! เหตุการณ์ที่เจอเองพวกนี้บวกกับเหตุการณ์ที่พบเจออีกมากมายทำให้ผม"กลัวมาก"ที่จะต้องสู้กับใครซักคน อย่าเข้าใจผิดว่า"ความกลัว"มาจากการไร้ความสามารถที่จะต่อสู้

วีดีโอข้างบนเป็นการสัมภาษณ์โค้ชมวยสากลในตำนานCus D’Amato ซึ่งอธิบายว่าคนขี้ขลาดกับคนกล้านั้นมีความกลัวที่เหมือนและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ในบทความนี้เราอยากชี้แจงให้ชัดเจนว่า"การที่คุณกลัวไม่ได้หมายความว่าคุณสู้ไม่เป็น" ในทางตรงข้าม มันเป็นเรื่องดีที่คุณกลัวและแสดงให้เห็นว่าการฝึกของคุณมาถูกทางแล้วและส่งผลให้คุณมีทัศนคติที่ถูกต้อง ผมอยากเสริมด้วยว่าความมั่นใจนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด,การรู้สึกกลัวแต่มั่นใจว่าสามารถคว่ำอีกฝ่ายได้เป็นเรื่องดี คุณจำเป็นต้องมีความมั่นใจในลักษณะนี้ในทุกสถานการณ์บนท้องถนน ในปัจจุบัน ผมอายุ 38ปี ฝึกDefence Lab มานานแถมยังได้สายดำวิชายูโด, เป็นตำรวจมากว่า20ปี,เคยฝึกมวยสากล, Vale Tudo, Russian Sambo และอีกหลายวิชา ถามว่าผมกลัวการต่อสู้ไหม? ตอบได้เลยว่ากลัว แต่ผมรู้ว่าด้วยรูปร่างสูงใหญ่บวกกับประสบการณ์และทักษะที่ผมมีทำให้ผมเป็นฝันร้ายสุดสยองสำหรับใครก็ตามที่กล้าพอที่จะล้ำเส้นผม ผมมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่ก็รู้ดีว่ามีโอกาสที่จะพ่ายแพ้และเจ็บหนักได้เช่นกัน ดังนั้น ถ้าคุณอ่านบทความนี่อยู่และสงสัยว่าทำไมคุณถึงกลัวการต่อสู้ ทั้งๆที่หลายๆคนที่คุณเจอชอบพูดว่าตัวเองไม่กลัว ไม่ต้องกังวล ความกลัวเป็นเรื่องธรรมชาติ และเป็นเรื่องสำคัญ และมันเป็นสัญญาณบอกว่าคุณเดินมาถูกทางแล้ว ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ

หากคุณสนใจเรียนวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวสมัยใหม่ที่ใช้ได้ผลในยุคปัจจุบันกับ Defence Lab

สามารถติดต่อตามลิงค์ด้านล่างนี้ครับ

🌐Defencelabbangkok.com 📞0894973888, 0877004284 ✉️ DefenceLabBkk@gmail.com


Featured Posts
Recent Posts
Search By Tags
No tags yet.
Follow Us
  • Facebook Classic

© 2019 by Defence Lab Bangkok Thailand. SCIENTIFIC FIGHTING METHOD - REALISTIC SELF DEFENCE - HOLLYWOOD MARTIAL ART - FIGHTING MULTIPLE OPPONENTS - LEARN BALLISTIC STRIKE - CARDIO FITNESS 

© 2019 by Defence Lab Bangkok, Thailand.