กลยุทธ์ 9 อย่างสำหรับรับมือกับคนหลายคนบนท้องถนน

June 13, 2017

"ในการทะเลาะวิวาทข้างถนน,โดยเฉพาะถ้าต้องรับมือกับหลายๆคนพร้อมกัน, การยืนเฉยๆก็เหมือนกับการเชิญให้คนร้ายโจมตีคุณนั่นแหละ จงทำให้มันยากขึ้นโดยการรักษาระยะ, ล่อให้เขาชนหรือขวางการโจมตีกันเอง"

 

 

 

 กลยุทธ์ที่ 1 - เคลื่อนไหวอยู่เสมอ และจงเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ

เป้าที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดย่อมยากที่จะโจมตี ไล่ให้จนมุม หรือตีกรอบ จงเคลื่อนที่ตลอดเวลาและเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆเพื่อหลบหลีก และเปลี่ยนตำแหน่งตัวเองเพื่อให้คนร้ายโจมตีคุณได้ยากขึ้น

ในการทะเลาะวิวาทข้างถนน,โดยเฉพาะถ้าต้องรับมือกับหลายๆคนพร้อมกัน, การยืนเฉยๆก็เหมือนกับการเชิญให้คนร้ายโจมตีคุณนั่นแหละ จงทำให้มันยากขึ้นโดยการรักษาระยะ, ล่อให้เขาชนหรือขวางการโจมตีกันเอง


กลยุทธ์ที่ 2 - ใช้คนร้ายเป็นโล่(Shielding)

คุณไม่สามารถสู้กับคนหลายคนพร้อมๆกันได้ แต่คุณสามารถสู้กับคนในกลุ่มให้จบทีละคนก่อนที่จะขยับไปที่คนถัดไปได้ ทักษะนี้เราเรียกว่า "Shielding"

Shielding คือการเลือกคนร้ายในกลุ่มมาซักคน แล้วใช้เขาเป็นโล่กั้นระหว่างคุณและกลุ่มคนร้าย มันไม่ยากอย่างที่คุณคิด ใช้เวลาฝึกเพียงไม่มากคุณก็จะสามารถทำมันได้ดีเลยทีเดียว

แนวคิดคือพยายามจัดการกับคนที่อยู่ใกล้กับคุณมากที่สุด โจมตี เข้าควบคุม และใช้เขาเป็นโล่ แต่ถ้าคนๆนั้นดันกองลงไปกับพื้นหรือมีใครซักคนเข้ามาใกล้คุณแล้วกลายเป็นภัยคุกคามใหม่แทน คุณก็จงหันไปโจมตีและเอาหมอนั่นมาเป็นโล่แทน

มันยากที่จะอธิบายเป็นตัวอักษรได้ทั้งหมด คงเหมือนกับการเขียนบทความอธิบายว่านักฟุตบอลจะวิ่งฝ่าทีมฝ่ายตรงข้ามทั้งทีมเพื่อทำtouch downได้อย่างไร

วิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุดก็คือ ฝึกsparringแบบ 2ต่อ1, 3ต่อ1 หรือแม้แต่ 4ต่อ1 โดยใส่นวมและอุปกรณ์ป้องกันแบบครบชุด


กลยุทธ์ที่ 3 - ใช้"การเบี่ยงออก"(Deflection) และ "การเปลี่ยนทิศทาง"(Redirection)

มันเป็นเรื่องผิดวิสัยมาก ถ้ากลุ่มคนร้ายที่โจมตีคุณมีการฝึกซ้อมร่วมกันมาเป็นอย่างดี สามารถเข้าโจมตีประสานกันได้อย่างลงตัว

ในทางตรงข้าม, คุณเองก็สามารถฝึก และเรียนรู้ที่จะใช้จำนวนคนที่มากกว่าให้เป็นประโยชน์ได้

โดยการใช้ deflecting และ redirecting กับคนร้ายในกลุ่ม, คุณสามารใช้คนร้ายคนนึงในกลุ่มเป็นอาวุธโจมตีคนอื่นๆในกลุ่ม หรืออาจทุ่มเขาใส่วัตถุรอบๆตัวอย่างเช่น กำแพง รถยนต์ หรือบันได

Deflecting คือการก้าวเท้าหลบออกด้านข้างเพื่อหลบโมเมนตัมของคนร้าย แล้วดึงหรือผลักให้คนร้ายเสียหลักกระแทกใส่คนหรือวัตถุรอบตัว

Redirection คล้ายกับ Deflecting แต่จะมีการเปลี่ยนทิศทางคนร้ายไปยังวัตถุ หรือคนร้ายคนอื่นก่อนที่จะดึงหรือผลักไปยังทิศทางนั้นๆ

หัวใจสำคัญคือ พยายามทำให้กลุ่มคนร้ายโกลาหลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ในขณะที่พยายามรักษาความมั่นคง สมดุล และการควบคุมตัวเองของคุณไว้ให้มากที่สุด ยิ่งคุณดึงหรือผลักคนร้ายให้เสียหลักไปในทิศทางที่เขาไม่อยากไปมากเท่าไร พวกเขาก็จะยิ่งปั่นป่วนและเอาชนะคุณได้ยากมากขึ้นเท่านั้น


กลยุทธ์ที่ 4 - ใช้การ"ฝ่าออกไป"(Busting out)

Busting out เป็นกลยุทธ์ที่ใช้เวลาที่คนร้ายล้อมหรือไล่คุณให้จนมุม เวลาคุณเครียดหรือกดดัน การมองเห็นของคุณจะเป็นแบบอุโมงค์(tunnel vision) คุณจะเห็นแค่การโจมตีที่มากจากด้านหน้าเท่านั้น ในขณะที่ภาพที่อยู่รอบๆศูนย์กลางจะเบลอๆ
มันจะเลวร้ายสุดๆถ้ามีคนร้ายอยู่ข้างๆหรือข้างหลังคุณ จงพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์เช่นนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

Busting out คือการบุกทะลวงฝ่าออกไปยังคนร้ายคนใดคนหนึ่งในกลุ่ม หรือไปยังช่องว่างระหว่างคนร้ายสองคนเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนล้อมหรือไล่ให้จนมุม จะได้ผลมากถ้าเลือกคนร้ายที่ดูเป็นจุดอ่อนของกลุ่มหรือดูไม่เต็มใจที่จะลงมือทำร้ายคุณ

คุณอาจฝ่าออกไปโดยการซัดให้ร่วง, ชนให้กระเด็น หรือถ้าคุณดูคุกคามมากพอเขาอาจหลบทางให้คุณเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง เมื่อฝ่าออกมาได้แล้วอย่าลืมที่จะใช้คนร้ายซักคนเป็นโล่ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น


กลยุทธ์ที่ 5 – ใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์

ในทุกการต่อสู้, จงใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เป็นโทษกับตัวคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น สภาพภูมิประเทศ, วัตถุที่อยู่รอบตัว หรือแม้กระทั่งแสงไฟ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาจรวมไปถึงการพยายามเคลียร์ทางหนีให้โล่งไว้เสมอเพื่อที่จะได้หนีทันทีที่มีโอกาส

ถ้าคุณอยู่ใกล้ขั้นบันไดจงใช้มันซะ มันจะช่วยให้ตำแหน่งคุณดีกว่าและป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายรุมเข้ามาพร้อมๆกัน แถมการซัดคนร้ายซักคนให้ร่วงยังจะทำให้เขาไถลลงไปหาพวกเดียวกันที่อยู่ข้างล่างได้อีกด้วย

ถ้าคุณเคลื่อนไหวจากจุดที่มืดไปยังจุดที่สว่างขึ้นก่อนที่จะปะทะกับคนร้ายคุณจะสามารถรับมือได้ดีกว่า (ถ้ามีโอกาสควรลองฝึกsparringในห้องมืดดูด้วย)

ถ้าคุณต้องเจอกับพื้นที่ลื่นพยายามขยับไปตรงพื้นที่ที่มั่นคงกว่า มันอาจทำให้คนร้ายขยับสะดวกขึ้นก็จริงแต่การรับมือกับคนร้ายหลายคนจำเป็นต้องเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วตลอดเวลา ดังนั้นคุณจึงไม่ควรเสี่ยงที่จะล้มลงบนพื้นหรือโดนรุมกระทืบจากกลุ่มคนร้าย

ใช้วัตถุรอบตัวเช่นรถยนต์เป็นตัวขวาง นอกจากจะไม่ให้คนร้ายรุมคุณพร้อมๆกันได้แล้ว ยังช่วยชะลอการเคลื่อนไหวของพวกเขาทำให้คุณมีโอกาสที่จะหนีอีกด้วย

วัตถุรอบตัวยังใช้เป็นอาวุธได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นประตู มุมตึก กำแพง โดยการทุ่มคนร้ายใส่วัตถุเหล่านี้

คอยสังเกตหาของรอบตัวที่สามารถประยุกต์เป็นอาวุธไว้เสมอ ขวด ก้อนหิน ที่เขี่ยบุหรี่ สามารถสร้างความเสียหายได้มากเสียจนสามารถพลิกสถานการณ์ให้คุณได้เปรียบได้เลยทีเดียว


กลยุทธ์ที่ 6 – อย่าเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ไปกับการพยายามหนีที่สำเร็จได้ยาก

ถึงแม้การหนีจะเป็นกลยุทธ์อย่างนึงเหมือนกัน แต่การหนีแบบไม่ดูตาม้าตาเรืออาจทำให้คุณเปิดช่องว่างด้านหลังให้กับคนร้ายและทำให้คุณป้องกันตัวเองได้ยากขึ้นอีกด้วย

ถ้าคุณหมดแรงไปกับการหนีที่ไม่สำเร็จ ความสามารถในการต่อสู้ของคุณจะลดทอนลง ถ้าจะหนีต้องหนีอย่างชาญฉลาดและมีกลยุทธ์

เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง: 2-3ปีก่อน มีเพื่อนผมคนนึงปะทะกับกลุ่มคนร้ายซึ่งเป็นแก๊งอันธพาลที่มักจะลงมือแบบสุ่มโดยการลากเหยื่อลงมาจากรถและรุมทำร้าย เพื่อนผมซึ่งเป็นตำรวจออกเวรแล้วเห็นเหตุการณ์เข้าจึงเข้าช่วยเหลือ

หนึ่งในกลุ่มคนร้ายชักมีดออกมาขู่เพื่อนผม เพื่อนผมจึงหันหลังวิ่งทันที ซึ่งมันดูเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำในขณะนั้น

ผลคือ คนร้ายคนนั้นฟันเขาไปหลายแผล เอ็นข้อเท้าโดนฟันจนขาด แถมยังโดนเสียบท้องไปอีก2แผล ยังโชคดีที่จู่ๆคนร้ายหนีไปก่อนที่เพื่อนผมจะเสียชีวิต

เพื่อนผมรอดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อีกต่อไป

สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อก็คือการหันหลังวิ่งอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป ในสถานการณ์ที่ลำบากและอันตรายเช่นนี้การเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมจะทำให้เขาเปิดช่องว่างน้อยลงและสามารถป้องกันไม่ให้บาดเจ็บสาหัสมากขนาดนี้ได้



กลยุทธ์ที่ 7 – เรียงลำดับความสำคัญของเป้าหมายและการสับเปลี่ยนการโจมตี

ในการต่อสู้ด้วยอาวุธปืนกับคนร้ายหลายคน , ความอยู่รอดของคุณจะขึ้นอยู่กับการเรียงลำดับความสำคัญของเป้าหมายโดยดูจากระดับภัยคุกคาม และการสับเปลี่ยนการโจมตีเป็นสำคัญ

ถึงแม้ทุกภัยคุกคามในสถานการณ์เช่นนี้ล้วนทำให้คุณถึงตายได้หมด แต่คุณควรจัดการกับคนร้ายที่อันตรายมากที่สุดก่อน แล้วจึงเปลี่ยนไปจัดการกับคนร้ายที่อันตรายมากที่สุดเป็นอันดับถัดไป ถ้าคนร้ายที่จัดการไปแล้วยังไม่หมดฤทธิ์ก็จงซ้ำจนกว่าเขาจะหยุด

ลองนึกดูว่ามันจะเป็นอย่างไรถ้าคุณสนใจคนร้ายแค่เพียงคนเดียวและยิงเขาจนกระสุนหมดในขณะที่คนร้ายคนอื่นไล่ยิงคุณ ถ้าคุณไม่ระวังคนร้ายคนอื่นเลยคุณจะถูกฆ่าไม่ช้าก็เร็ว

เช่นเดียวกันกับการต่อสู้บนถนนแบบไม่มีอาวุธ คุณไม่สามารถทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปที่คนร้ายคนเดียวแบบในกรณีต่อสู้แบบตัวต่อตัวได้ ถ้าทำ,คุณจะถูกรุมหรือไม่ก็ถูกโจมตีจากมุมอับโดยคนร้ายคนอื่นๆแทน

จัดการกับคนร้ายที่ใกล้หรือคุกคามคุณมากที่สุดก่อน ถ้าสามารถซัดทีเดียวให้ร่วงได้ยิ่งดี แต่ถ้าไม่,จงทำให้เขาหมดสภาพให้เร็วที่สุดก่อนที่จะพุ่งสมาธิไปที่คนร้ายที่คุกคามคุณมากสุดเป็นอันดับถัดไป

ซัดเขาอย่างหนักหน่วงให้เขาลังเลที่จะลงมือกับคุณ ถ้าคนร้ายคนเดิมยังไม่ร่วงก็พุ่งสมาธิไปจัดการเขาต่อ


กลยุทธ์ที่ 8 – ปกป้องคนที่คุณรัก

การมีคนที่คุณต้องปกป้องเข้ามาร่วมในเหตุการณ์ที่ต้องรับมือกับคนร้ายหลายคนด้วยทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก คุณไม่สามารถหนีเอาตัวรอดแล้วปล่อยให้คนที่คุณรักต้องเผชิญชะตากรรมได้

คุณต้องปกป้องคนที่คุณรักอย่างสุดความสามารถ ถ้าคนร้ายจับคนที่คุณรักได้เขาจะได้เปรียบมากในแง่จิตวิทยาและกลยุทธ์ แถมยังจะจำกัดทางเลือกของคุณให้น้อยลงไปอีก

ถ้าหนึ่งในคนร้ายเข้าใกล้คนที่คุณรัก จงพุ่งความสนใจไปที่คนร้ายคนนั้นทันทีและอย่าให้เขาเข้าใกล้ได้

จงพูดคุยกับคนที่คุณรักเกี่ยวกับการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ สอนให้เขาอยู่ด้านหลังคุณเสมอและใช้คุณเป็นโล่กันคนร้าย และถ้ามีโอกาสให้หนีทันที


กลยุทธ์ที่ 9 – ใส่ใจเรื่องจุดสำคัญบนร่างกาย

ความสามารถในการโจมตีได้หนักหน่วงเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการป้องกันตัว แต่เป้าหมายที่โจมตีมีส่วนสำคัญมากในการต่อสู้ หมัดแบบเดียวกันที่เล็งไปที่ตำแหน่งที่ต่างกันจะให้ผลที่แตกต่างกันมาก

ชกใส่แขนไม่มีผลอะไรมากนอกจากก่อกวน, ใส่กรามทำให้สลบ, ใส่คออาจรุนแรงถึงตายได้  หมัดแบบเดียวกัน,ต่างกันแค่เป้า

ในกรณีรับมือกับหลายคนบนท้องถนน คุณไม่มีเวลามากเหมือนsparring เวลายิ่งผ่านไปมากเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการถูกรุมกระทืบมากขึ้นเท่านั้น

เราอาจพูดได้ว่าการโจมตีจากอาชญากรบนท้องถนนส่วนมากสามารถทำให้เราบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ ถ้าเช่นนั้นคุณก็มีสิทธิทางกฎหมายและทางศีลธรรมอย่างเต็มที่ที่จะใช้ความรุนแรงในระดับที่สามารถปกป้องตัวคุณหรือคนอื่นจากความตายหรือการบาดเจ็บสาหัสได้

คุณต้องสร้างความเสียหายสูงสุดอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ผมขอแนะนำให้คุณใช้หลักที่เรียกว่า “FOUR N’s"

“FOUR N’s" เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ช่วยให้การโจมตีของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยการทำให้คนร้ายบาดเจ็บหรือหมดสภาพ อันได้แก่

1. The Nose- จมูก 
2. The Neck- คอ
3. The Nuts- อัณฑะ
4. The kNee’s- เข่า


จมูก :

โดนชกจมูกเต็มแรงทำให้จมูกหักเลือดพุ่งราวกับท่อแตก, ตาบวมน้ำตาไหลไม่หยุดซึ่งทำให้การมองเห็นด้อยลงมาก

แต่เลือดออกเพียงแค่นี้ไม่ใช้เป้าหมายในการต่อสู้ มันไม่สาหัสอย่างที่เห็น อาจจะทำให้เสี่ยงติดเชื้อบ้าง และทำให้ยากต่อการล็อคเพราะลื่น

แต่มันช่วยได้ในกรณีรับมือกับหลายคนเพราะเลือดที่พุ่งออกมามากส่งผลทางจิตวิทยากับคนร้ายคนอื่น(ทำนองเชือดไก่ให้ลิงดู) และอาจทำให้คนร้ายคนอื่นๆไม่กล้าลงมือ

คอ:

คอเป็นเหมือนกับเป้าหมายในฝันของการต่อสู้เลยทีเดียว ถ้าชกโดนเต็มๆสามารถทำให้สลบหรือบาดเจ็บสาหัสได้ ชกโดนหลอดลมทำให้เจ็บปวดอย่างรุนแรง,ทำลายความคิดจะสู้,ไอ,ตกเลือดภายใน และสำลักอย่างรุนแรง เป็นเป้าหมายที่รุนแรงถึงตายได้

ชกโดนโพรงประสาทด้านข้างคอทำให้ประสาทส่งสัญญาณอย่างรุนแรงไปที่สมอง ทำให้สมองช๊อคซึ่งส่งผลให้คนร้ายหมดสติหรือมึนประมาณ 2-3วินาที ซึ่งถือว่ามากสำหรับการสู้บนท้องถนน

ชกโดนด้านหลังคอทำให้กระดูกสันหลังเสียหาย เจ็บอย่างรุนแรง และอาจพิการได้

อัณฑะ:

โจมตีใส่อัณฑะมักเป็นกลยุทธ์หลักในการป้องกันตัว ใช้แรงไม่มากก็ทำให้คนร้ายเจ็บปวดมากและเป็นห่วงเรื่องการสืบพันธุ์ในอนาคตได้แล้ว

โจมตีอย่างหนักใส่อัณฑะด้วยเข่าหรือแข้งทำให้คนร้ายหมดสภาพอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เข่า:

เข่าเป็นเป้าที่เหมาะมากกับการกระทืบหรือเตะใส่ โจมตีอย่างรุนแรงด้านข้างเข่าทำให้เข่าหลุด เส้นเอ็นรอบข้างฉีกขาด และทำให้คนร้ายทรุดลงกับพื้นทันที

นอกจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและทำให้คนร้ายทรุดลงกับพื้นแล้ว การโจมตีเข่ายังช่วยในกรณีที่คนร้ายพยายามติดตามคุณตอนคุณหนีอีกด้วย

คุณอาจสงสัยว่าทำไมผมไม่แนะนำให้โจมตีตาเหมือนกับครูสอนป้องกันตัวคนอื่นๆอยู่ใช่ไหม?
นั่นก็เพราะ

ข้อแรก- การมองเห็นเป็นสัญชาติญาณหลักในการเอาตัวรอด คนเราจึงมักจะมีการปกป้องบริเวณตาอย่างแน่นหนา ทำให้ยากต่อการโจมตีให้ได้ผล

ข้อสอง- เวลามีเรื่องจริง การเคลื่อนไหวที่แย่ลงจากอะดรีนาลีนทำให้มันยากมากที่จะโจมตีอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ให้โดนเป้าที่เล็กและเคลื่อนไหวตลอดเวลาอย่างตา

 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ
 

สนใจฝึกฝนศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่ และ วิธีการต่อสู้ป้องกันตัวจากบุคคลหลายคนที่มาพร้อมกัน

สามารถติดต่อทดลองเรียนได้ที่นี่ https://www.defencelabbangkok.com/


🌐Defencelabbangkok.com
📞0894973888, 0877004284
✉️ DefenceLabBkk@gmail.com

 

Please reload

Featured Posts

วิธีรับมือกับคนร้ายที่เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ในสถานการณ์ป้องกันตัว

May 12, 2017

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Classic

© 2019 by Defence Lab Bangkok Thailand. SCIENTIFIC FIGHTING METHOD - REALISTIC SELF DEFENCE - HOLLYWOOD MARTIAL ART - FIGHTING MULTIPLE OPPONENTS - LEARN BALLISTIC STRIKE - CARDIO FITNESS 

© 2019 by Defence Lab Bangkok, Thailand.